ประกันตัว กระทำความผิดทางอาญากรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

การประกันตัวนั้นมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับบทลงโทษของประมวลกฎหมายอาญาคือถ้าบทลงโทษหนักการประกันก็ต้องใช้หลักทรัพย์มูลค่ามากการรับประกันตัว ก็ต้องยุ่งมากการที่จะสั่งให้มีอิสรภาพชั่วคราวหรือเปล่าก็ต้องมีการพิจารณากันเยอะหน่อย

 

ยกตัวอย่างเช่นในการกระทำความผิด 1 ครั้งของผู้กระทำความผิดทางอาญา เราสามารถอธิบายได้ดังนี้ เช่น หากระทำความผิด 1 ครั้ง แต่เป็นความผิดตามกฎหมายประมวลอาญาหลายบท กฎหมายเขาเรียกว่ากระทำความผิดหลายกรรม การลงโทษทางกฎหมายจะเลือกบทกฎหมายบทหนักที่สุด มาลงโทษเพียงบทเดียว อันนี้กฎหมายเขียนไว้

 

แต่ในทางกลับกัน ผู้กระทำความผิดกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ หรือกระทำความผิดหลายครั้งเช่นวันที่ 1 มกราคม 62 กระทำความผิด 1 ครั้ง , วันที่ 10 มกราคม 62 กระทำความผิด 1 ครั้ง , วันที่ 20 กุมภาพันธ์กระทำความผิด 1 ครั้ง อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ดังนั้นการลงโทษก็จะลงโทษแต่ละกรรมเรียงกระทงกันไปนั่นคือหากผิดตามกฎหมายประมวลอาญา ก็ต้องนำโทษที่ลงทั้ง 3 ครั้งนี้มารวมกัน นั่นคือจะมีโทษหนักกว่านั้นเอง แน่นอนการประกันตัวย่อมใช้หลักทรัพย์มากกว่า

 

นี่คือสิ่งที่เราจะต้องสอบถามกับผู้ที่จะมารับบริการหรือสอบถามกับผู้ต้องหาหรือจำเลยเพราะว่ามันมีผลต่อการประกันตัวนั้นเองนั่นคือ หลักทรัพย์ ประกันตัวผู้ต้องหา ที่ต้องใช้ต้องใช้กี่บาทและทางตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยก็จะต้องไปหาเงินหาทองมาเป็นค่าเช่าหลักทรัพย์หรือถ้าเขาจะใช้หลักทรัพย์ของตัวเองว่าเขาก็จะต้องรู้ว่าใช้กี่บาทจะได้รู้ว่าโฉนดที่ดินของเขานั้นมันมีมูลค่าเพียงพอหรือไม่ประการใด ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการที่เรามีความรู้ในแง่กฎหมายด้วยหรือเปล่าการประกันตัวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยอะไรได้เราต้องรู้เรื่องกฎหมายซึ่งต้องเป็นคนที่ได้ศึกษาหรือร่ำเรียนมาพอสมควรและต้องมีความเข้าใจละเอียดลึกซึ้ง  จึงจะสามารถช่วยดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องสนุกเพราะว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของคนหนึ่งคน

 

อย่าลืมว่าในขั้นต้นของการฟ้องคดีเขาเป็นเพียงผู้ต้องหาหรือจำเลยแต่ยังไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดทางกฎหมายถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน และการประพฤติหรือการปฏิบัติต่อตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นกฎหมายก็เขียนไว้ชัดเจนจะต้องเคารพหลักสิทธิมนุษยชนด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเข้าข้างคนผิดนะถ้าผิดถึงเวลาตัดสินก็ต้องว่าไปตามผิดว่าไปตามนั้น แต่อันนี้มันเป็นหลักสากลนิยมที่เขาทำกันทั่วโลก  อธิบายได้ว่าเมื่อผู้ต้องหาถูกจับตัวมา ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาก็ยังถือว่าผู้นั้นยังไม่มีความผิดถึงแม้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วก็ยังมีเวลาอุทธรณ์อีก 30 วันอยู่ดี

 

ที่มาบทความ : https://thaibailservice.wordpress.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *